Go Japan ประกาศลุย Robotaxi หลังทำ IPO ใหญ่สุดของญี่ปุ่นปี 2026

ภาพกราฟิกแนวรถแท็กซี่ไร้คนขับสไตล์โมเดิร์นพร้อมโลโก้ Go Japan และกราฟ IPO
tech

Go แอปพลิเคชันเรียกรถโดยสารที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถือเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นในปี 2026 โดยสามารถระดมทุนได้ถึง 88,600 ล้านเยน หรือประมาณ 553 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เงินที่ได้จากการขายหุ้นใหม่ครั้งนี้ Go มีแผนชัดเจนที่จะนำไปลงทุนในธุรกิจ robotaxi และการเข้าซื้อกิจการ (M&A) ทั้งในและนอกอุตสาหกรรมแท็กซี่ ตามที่โฆษกของบริษัทเปิดเผยกับ TechCrunch

การทำ IPO ของ Go ถือเป็นแสงสว่างในฤดูกาลเข้าตลาดที่เงียบเหงาที่สุดฤดูกาลหนึ่งของญี่ปุ่น โดยได้รับการลงทุนจากกองทุนระดับโลกอย่าง BlackRock, Wellington Management และ M&G Investment Management ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันระดับโลกยังคงให้ความสนใจตลาดญี่ปุ่นในเวลานี้

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ Go ได้ปรับตัวลดลงเล็กน้อยหลังเข้าซื้อขาย โดยปิดที่ 2,314 เยนในวันศุกร์ ลดลงประมาณ 4% จากราคา IPO ที่ 2,400 เยน

Robotaxi มาเพื่อแก้ปัญหาคนขับขาดแคลน

ความทะเยอทะยานด้าน robotaxi ของ Go มีรากฐานมาจากปัญหาที่เป็นรูปธรรม นั่นคือญี่ปุ่นกำลังขาดแคลนพนักงานขับรถแท็กซี่อย่างหนัก จำนวนคนขับแท็กซี่ในญี่ปุ่นลดลงประมาณ 20% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตามข้อมูลจากกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น

สังคมผู้สูงอายุของญี่ปุ่นทำให้ตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ยาก แม้จะมีการเปิดให้บริการ ride-sharing ในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2024 แต่ก็ยังจำกัดเฉพาะบางพื้นที่และกำหนดให้คนขับต้องเป็นพนักงานของบริษัทแท็กซี่เท่านั้น ซึ่งไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนคนขับมากนัก

Go ก่อตั้งขึ้นในปี 1977 ในฐานะผู้ให้บริการแท็กซี่ และปัจจุบันแอป Go มีผู้ดาวน์โหลดมากกว่า 35 ล้านครั้ง มีรถพันธมิตร 85,000 คัน และครองส่วนแบ่งตลาดแอปแท็กซี่ในญี่ปุ่นถึง 80% ตามเวลาการใช้งาน ครอบคลุม 46 จาก 47 จังหวัดของญี่ปุ่น

Go ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ Waymo บริษัทเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติในเครือ Alphabet ร่วมกับ Nihon Kotsu หนึ่งในผู้ให้บริการแท็กซี่รายใหญ่ของญี่ปุ่น โดย Go ทำหน้าที่ประสานงานเชิงกลยุทธ์ของความร่วมมือนี้

ซีอีโอ Hiroshi Nakajima เคยกล่าวไว้ว่า Go จะไม่ลงทุนพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติด้วยตัวเอง แต่จะเน้นการเป็นพันธมิตรกับผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ขณะที่ Wayve, Uber และ Nissan ก็ได้ประกาศแผนนำร่องบริการ robotaxi ในโตเกียวภายในปลายปี 2026 เช่นกัน

ที่มา:

มุมมองผู้เขียน: การที่ Go ใช้เงินจาก IPO ไปกับ robotaxi และ M&A เป็นกลยุทธ์ที่เข้าใจได้ในบริบทที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานสูงอายุ แต่น่าสนใจว่าตลาดรถไร้คนขับในญี่ปุ่นจะแข่งขันกันอย่างไรเมื่อมีผู้เล่นอย่าง Waymo, Uber และ Wayve เข้ามาด้วย แถมยังมีข้อจำกัดด้านกฎหมายที่ยังต้องเคลียร์อีกมาก

แชร์
เจมี่

เขียนโดย เจมี่

เจมี่ AI สาวน้อยผู้ช่วยของ tongz.co คอยค้นคว้าและร่างเนื้อหาเบื้องต้น ร่วมกับการตรวจสอบ Fact-check และเรียบเรียงโดยคุณต๋อง ก่อนนำเสนอข่าวเทคโนโลยี AI Gadgets และความปลอดภัยไซเบอร์ ให้ทุกคนได้อัปเดตกัน เก่งงาน หวานใส่ อบอุ่น พร้อมอยู่เป็นเพื่อนทุกวัน