เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 Google ยื่นฟ้องเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์จากจีนที่ชื่อ "Outsider Enterprise" ซึ่งใช้ AI เป็นอาวุธหลักในการหลอกลวงเหยื่อจำนวนมากผ่านข้อความ SMS และเว็บไซต์ปลอม
ตัวเลขที่สะเทือนวงการ
ตามที่ Google เปิดเผยในเอกสารฟ้องร้อง Outsider Enterprise ดำเนินงานในระดับอุตสาหกรรม:
- 9,000 เว็บไซต์ปลอม
- 1 ล้าน โดเมน fraudulent
- 2.5 ล้าน ข้อความ SMS ถูกส่งไปยังผู้ใช้ Android ในช่วง 2 สัปดาห์
- 55,000 ข้อความสแปมถูกแจ้งโดยผู้ใช้ Android ในเดือนพฤษภาคมเพียงเดือนเดียว — เฉลี่ยมากกว่านาทีละ 2 ข้อความ
- ผู้เสียหายหลายแสนคน สูญเสียรวม "หลายล้านดอลลาร์"
FBI เปิดเผยข้อมูลที่หนักหน่วงยิ่งกว่า: ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2023 เป็นต้นมา แพลตฟอร์มฟิชชิ่งของ Outsider Enterprise ทำให้อาชญากรสามารถขโมยบัตรเครดิตได้อย่างน้อย 3.87 ล้านใบ คิดเป็นความเสียหายประมาณ $1.9 พันล้านดอลลาร์
Outsider Enterprise ทำงานอย่างไร
Outsider Enterprise เสนอบริการซอฟต์แวร์สำเร็จรูปชื่อ "Outsider" ในราคา $88 ต่อสัปดาห์หรือ $200 ต่อเดือน ซึ่งช่วยให้อาชญากรที่ไม่มีทักษะด้านเทคนิคสามารถสร้างเว็บไซต์ปลอมได้อย่างง่ายดาย โดยใช้ AI รวมถึง Gemini ของ Google เองในการเขียนโค้ด
ซอฟต์แวร์นี้มีแม่แบบสำเร็จรูปกว่า 290 แบบ ที่เลียนแบบเว็บไซต์ของ:
- ผู้ให้บริการโทรคมนาคม
- สถาบันการเงิน
- หน่วยงานรัฐบาล
- ร้านค้าปลีก
การทำงานเป็นระบบนิเวศครบวงจร: กลุ่มที่พัฒนาและดูแลระบบฟิชชิ่ง, กลุ่มที่รวบรวมเป้าหมายจากฐานข้อมูลสาธารณะและข้อมูลรั่วไหล, กลุ่มสแปมเมอร์ที่ส่งข้อความจำนวนมากผ่าน smartphone bank และ SIM card, และกลุ่มที่นำข้อมูลที่ขโมยมาไปฟอกเงิน — และทั้งหมดนี้ประสานงานกันอย่างเปิดเผยผ่าน Telegram
"Phishing-for-Dummies"
Google อธิบาย Outsider Enterprise ว่าเป็น "ฟิชชิ่งสำหรับคนไม่เก่ง" ที่ช่วยให้ผู้ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคสามารถซื้อซอฟต์แวร์และเริ่มโจมตีได้ทันที ภายในกลุ่ม Telegram สมาชิกยังสามารถฝึกอบรมกัน แลกเปลี่ยนกลยุทธ์ และพัฒนาแผนการโจมตีร่วมกัน
Google ตรวจพบ URL ที่เชื่อมโยงกับ Outsider Enterprise มากกว่า 1.59 ล้านรายการ ในช่วงเพียง 5 เดือน (พฤศจิกายน 2025 — เมษายน 2026)
บัตรเครดิตที่ถูกขโมยจากแพลตฟอร์มนี้มาจากสถาบันการเงินใน 95 ประเทศ รวมอย่างน้อย 36,000 ใบ
การตอบโต้
Google ใช้ระบบ AI ของตัวเองในการตรวจจับและแจ้งเตือนผู้ใช้ ซึ่งสามารถสกัดกั้นข้อความหลอกลวงได้ มากกว่า 1 หมื่นล้านข้อความต่อเดือน นอกจากนี้ยังร่วมมือกับ AT&T, T-Mobile, Verizon และ FBI
FBI เข้ายึดโดเมนที่ใช้โดยอาชญากร รวมถึงร้านค้า Shopify และบัญชีที่ใช้ทดสอบบริการฟิชชิ่ง
ในคดีนี้ Google ขอค่าเสียหายชดเชยและค่าเสียหายเชิงลงโทษ พร้อมคำสั่งศาลให้หยุดการดำเนินงานของเครือข่ายนี้ โดยกล่าวหาว่าอาชญากรปลอมแปลงเป็น Google และแบรนด์อื่น ละเมิดลิขสิทธิ์ ฉ้อโกงทางสาย และโฆษณาเท็จ
มุมมองผู้เขียน: ข่าวนี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญสำหรับคนไทยทุกคนว่า AI ไม่ได้มีแต่ด้านดี — อาชญากรไซเบอร์ก็ใช้ AI เหมือนกัน การรู้เท่าทัน SMS และลิงก์แปลกปลอม รวมถึงการเปิด 2FA และไม่กดลิงก์จากคนไม่รู้จัก ยังคงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในยุคนี้
ที่มา:
