เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2026 ฝรั่งเศสประกาศก้าวที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ด้าน digital sovereignty ของประเทศ เมื่อ DINUM หน่วยงานดิจิทัลระหว่างกระทรวงของรัฐบาล ประกาศแผนย้ายเครื่องทำงานของข้าราชการทั้งหมดกว่า 2.5 ล้านเครื่อง จาก Windows มาใช้ Linux พร้อมสั่งให้ทุกกระทรวงส่งแผนการโอนย้ายภายในฤดูใบไม้ร่วงปี 2026
ทำไมฝรั่งเศสถึงทำแบบนี้?
รัฐมนตรี David Amiel กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "รัฐไม่อาจยอมรับการพึ่งพาได้อีกต่อไป เราต้องกอบกู้การควบคุมชะตากรรมดิจิทัลของเราคืน เราไม่อาจยอมรับได้อีกแล้วที่ข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน และการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ของเราขึ้นอยู่กับโซลูชันที่เราไม่ได้ควบคุมกฎ ราคา การพัฒนา และความเสี่ยง"
DINUM (Direction Interministérielle du Numérique) คือหน่วยงานรัฐบาลฝรั่งเศสที่ดูแลการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลของทุกกระทรวง ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 เพื่อประสานงานด้าน IT ของภาครัฐ
บริบทสำคัญที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจครั้งนี้คือความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างยุโรปกับสหรัฐฯ ในยุค Trump โดยแรงกดดันจากนโยบายของ Trump ทำให้ยุโรปเร่งผลักดัน cloud sovereignty อย่างเร็วกว่าที่เคยวางแผนไว้
ขอบเขตที่กว้างกว่าแค่ OS
สิ่งที่น่าสนใจคือแผนนี้ไม่ได้จำกัดแค่ระบบปฏิบัติการ แต่ครอบคลุมทั้ง stack ได้แก่ collaborative tools, antivirus, AI platforms, databases, virtualization และ network equipment ซึ่งเป็นการรีบิลด์ digital supply chain ของรัฐบาลทั้งระบบเลย
นี่ไม่ใช่ก้าวแรกของฝรั่งเศสด้วย ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้สั่งเลิกใช้ Microsoft Teams, Zoom และ Webex แล้ว โดยหันมาใช้ Visio แพลตฟอร์มสัญชาติฝรั่งเศสที่สร้างบน Jitsi โอเพนซอร์ส สำหรับข้าราชการ 2.5 ล้านคนภายในปี 2027
💡 Linux distro ที่มีโอกาสถูกเลือกมากที่สุดคือ GendBuntu ซึ่งเป็น Ubuntu สายพันธุ์ที่ตำรวจ Gendarmerie ใช้มาตั้งแต่ปี 2008 และขณะนี้ run อยู่กว่า 100,000 เครื่องแล้ว ทำให้มีประวัติการใช้งานจริงในระดับรัฐบาล
บทเรียนจากเยอรมนี
กรณีของฝรั่งเศสไม่ใช่ครั้งแรกในยุโรป รัฐ Schleswig-Holstein ของเยอรมนีเริ่มย้ายจาก Microsoft มาใช้ Linux อย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2024 และสามารถย้ายได้เกือบ 80% ของเครื่อง 30,000 เครื่องภายในต้นปี 2026 พร้อมประหยัดค่า licensing ได้ถึง €15 ล้านในปีเดียว
ในอดีตเมือง Munich ของเยอรมนีเคยพยายามย้ายไป Linux แต่ล้มเหลวในปี 2017 เพราะมองว่าเป็น "โปรเจกต์เทคโนโลยี" Italo Vignoli ผู้ก่อตั้ง The Document Foundation ชี้ว่า "Munich ผิดพลาดตรงที่มองการย้ายระบบเป็นโปรเจกต์ IT แต่ฝรั่งเศสมองมันเป็นโปรเจกต์อธิปไตยชาติ เมื่อแรงจูงใจเปลี่ยนจากประหยัดเงินเป็นความมั่นคงชาติ เจตจำนงทางการเมืองจะแข็งแกร่งกว่ามาก"
แล้วไทยล่ะ? บทเรียนที่ควรนำมาคิด
แม้จะยังไม่มีข่าวแผนใหญ่แบบฝรั่งเศสในไทย แต่ประเด็น digital sovereignty นี้เป็นสิ่งที่ทุกประเทศต้องเผชิญ คำถามสำคัญคือ ข้อมูลราชการไทยอยู่บน cloud ของใคร? กฎหมาย PDPA ครอบคลุมไปถึง vendor ต่างชาติอย่างไร? และถ้าวันหนึ่ง vendor หลักตัดสินใจขึ้นราคาหรือเปลี่ยนนโยบาย ระบบราชการไทยจะรับมือได้แค่ไหน?
ที่มาบทความ
บทความนี้แปลและเรียบเรียงจาก France to ditch Windows for Linux to reduce reliance on US tech โดย Zack Whittaker เผยแพร่ครั้งแรกบน TechCrunch เมื่อ 10 เมษายน 2026
🔗 อ่านบทความต้นฉบับภาษาอังกฤษได้ที่นี่
มุมมองของผู้เขียน: ฝรั่งเศสหันใช้ Linux จาก Windows เป็นตัวอย่างที่ดีของ digital sovereignty สำหรับไทยเองก็น่าสนใจ
