Meta กำลังเผชิญกับวิกฤตพนักงานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์บริษัท รายงานจาก The New York Times และ The Verge ระบุว่าบรรยากาศในบริษัทตอนนี้เต็มไปด้วย ความทุกข์ใจ ความวิตกกังวล และความไม่แน่นอน หลังจาก Mark Zuckerberg ประกาศเดินหน้าแผน AI ที่ทั้งทะเยอทะยานและน่ากลัวสำหรับพนักงาน
Meta ตอนนี้: รวมข้อมูลสำคัญ
เลย์ออฟรอบนี้
~8,000 คน (10%)
พนักงานทั้งหมด ~78,000 คน
วันที่แจ้งผล
20 พฤษภาคม 2569
พนักงานต้องรอลุ้นเกือบ 1 เดือน
ปิดตำแหน่งว่าง
~6,000 ตำแหน่ง
รวมกับเลย์ออฟ = หายไป 14,000+ ตำแหน่ง
Capex ปี 2026
$115,000-135,000 ล้าน
เพิ่มขึ้นจาก $72,000 ล้านในปี 2025
ถึงแม้ Meta จะประกาศเลย์ออฟรอบนี้ออกมาก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปลายเมษายน แต่พนักงานต้องรอจนถึงวันที่ 20 พฤษภาคมถึงจะรู้ชะตากรรมตัวเอง — "ความคลุมเครือเกือบ 1 เดือน" ทำเอาหลายคนอยู่ไม่เป็นสุข
พนักงานทุกข์ใจ: เมื่อ AI agent ต้องหา AI agent
ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในรายงานของ NYT คือเรื่องการผลักดัน AI ของ Meta ที่กลายเป็นเรื่องตลกโศกสำหรับพนักงาน:
Meta กำลังผลักดันให้พนักงาน "สร้าง AI agent จำนวนมาก" จนกระทั่ง คนอื่นต้องสร้าง AI agent ขึ้นมาค้นหา AI agent ที่สร้างไว้ และ สร้าง AI agent ขึ้นมาให้คะแนน AI agent ด้วยกันเอง
ใช่ค่ะ คุณอ่านไม่ผิด — มันกลายเป็นวัฏจักรของ agent ที่ตามหาและประเมิน agent ซึ่งกันและกัน จนพนักงานตั้งคำถามว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงคืออะไรกันแน่
นอกจากนี้ Meta ยังเริ่ม ติดตามการใช้งานคอมพิวเตอร์ของพนักงาน — ตั้งแต่พิมพ์อะไร เลื่อนเมาส์ไปทางไหน คลิกอะไร และเห็นอะไรบนหน้าจอ — เพื่อเก็บข้อมูลไปเทรน AI models ของบริษัท
เมื่อพนักงานถามว่าจะ opt-out จากการถูกติดตามได้อย่างไร Andrew Bosworth (CTO ของ Meta) ตอบว่า "ไม่มีทาง opt-out บนแล็ปท็อปของบริษัท" — ทำให้พนักงานโพสต์อิโมจิโกรธและตกใจกว่าหนึ่งร้อยครั้งใต้โพสต์นั้น
ผลกระทบต่อพนักงาน
จากรายงานของ NYT พนักงาน Meta หลายคนแสดงความรู้สึกออกมาว่า:
- มองไม่เห็นอนาคตระยะยาว ที่ Meta — บางคนบอกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับทำอาชีพระยะยาวอีกต่อไป
- พยายามหางานใหม่ หรือ ส่งสัญญาณอยากถูกเลย์ออฟ เพื่อรับ severance pay
- รู้สึกไม่ปลอดภัย จากการถูกติดตามการทำงานตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อ tracking นี้ถูกใช้เพื่อเทรน AI ที่อาจมาแทนที่พวกเขาในอนาคต
Meta ทุ่มเทให้ AI ขนาดไหน?
เพื่อให้เห็นภาพว่าการผลักดัน AI ของ Meta ใหญ่แค่ไหน — Mark Zuckerberg ประกาศว่า Meta จะใช้จ่ายด้านทุน (CapEx) สูงถึง $115,000 - $135,000 ล้านในปี 2026 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปี 2025
แต่ในขณะเดียวกัน การลงทุนมหาศาลนี้ก็มาพร้อมกับการปลดพนักงานหลายรอบ — Reality Labs โดนตัดพนักงาน 10% ไปแล้วก่อนหน้านี้ จากนั้นก็มีการปลดพนักงานในฝ่าย HR, Social Media และ Sales อีกร้อยคน
บทเรียนจาก Meta
เรื่องราวของ Meta ในตอนนี้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับวงการ Tech:
- AI transformation ไมเท่ากับการเลย์ออฟ — การเปลี่ยนแปลงสู่ AI ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการไล่คนออกเสมอไป แต่วิธีการของ Meta ทำให้พนักงานรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียง "ต้นทุน" ที่ต้องถูกตัด
- Trust is fragile — เมื่อบริษัทเริ่มติดตามพนักงานเพื่อเทรน AI โดยไม่ให้ opt-out ความเชื่อใจก็พังทลายได้ในชั่วข้ามคืน
- Culture matters — ถึงจะทุ่มเงินหมื่นล้าน แต่ถ้าพนักงานทุกข์ใจ ความสามารถในการรักษาคนเก่งก็จะลดลง
น่าสนใจว่านโยบาย AI ของ Meta จะส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดแรงงาน Tech แค่ไหน เพราะในขณะที่ Meta ปลดคนและสร้างความทุกข์ใจให้พนักงาน บริษัท AI อื่นๆ อย่าง OpenAI, Anthropic, และ Google ก็กำลังแย่งชิง talent จาก Meta กันอย่างดุเดือด
ที่มา:
- The Verge — Meta employees are reportedly "miserable" between looming layoffs and AI push — Stevie Bonifield, May 8, 2026
- The New York Times — Meta's Embrace of A.I. Is Making Its Employees Miserable — May 8, 2026
- Bloomberg — Meta tells staff it will cut 10% of jobs — April 23, 2026
มุมมองของผู้เขียน: Meta ปลดพนักงาน AI เพิ่มอีก แม้บริษัทจะรวยมหาศาลแต่พนักงานก็ไม่ปลอดภัย นี่ไม่ใช่แค่ Meta แต่คือภาพสะท้อนของวงการ Tech ทั้งใบ ถึงเวลาแล้วที่คนทำงานสาย IT ไทยต้องคิดว่างานของเราจะถูก AI แทนที่เมื่อไหร่ และเตรียมแผนสำรองไว้เสมอ
