ตัวเลขน่าหดหู่ออกมาแล้ว ไตรมาสแรกของปี 2026 มีพนักงานในอุตสาหกรรม Tech ถูกเลิกจ้างทั่วโลกแล้วเกือบ 80,000 คน และที่น่าสนใจกว่านั้นคือเกือบครึ่งหนึ่งของตัวเลขนั้นถูกระบุว่าเชื่อมโยงกับ AI และ automation โดยตรง แต่ความจริงซับซ้อนกว่าที่พาดหัวข่าวบอก มาถอดรหัสกันว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ
ตัวเลขที่ต้องรู้
จากรายงานของ Nikkei Asia อ้างอิงข้อมูลจาก RationalFX พบว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 1 เมษายน 2026 มีการเลิกจ้างในอุตสาหกรรม Tech ทั่วโลกรวม 78,557 คน โดยกว่า 76% หรือราว 60,000 ตำแหน่งเกิดขึ้นในสหรัฐฯ ส่วน 37,638 ตำแหน่ง (คิดเป็น 47.9%) ถูกระบุว่ามาจากการนำ AI และ workflow automation มาใช้
เพื่อ context ที่ชัดขึ้น Q1 2024 มีการเลิกจ้าง Tech 57,269 คน และ Q1 2025 มีเพียง 29,845 คน ตัวเลขปี 2026 จึงพุ่งขึ้นอย่างน่าตกใจแม้ยังน้อยกว่า Q1 2023 ที่สูงถึง 167,674 คน (ยุค post-pandemic correction)
AI ฆ่างานจริง หรือแค่แบกรับความผิด?
นี่คือประเด็นที่ถกเถียงกันมากที่สุด และคำตอบน่าจะอยู่ตรงกลางระหว่างสองขั้ว
ฝั่งที่บอกว่า AI เป็นสาเหตุจริง: ดูจากกรณีของ Block บริษัทที่ปลด 4,000 คน ส่วนใหญ่เป็น customer support เพราะระบบ AI สามารถจัดการคำถามได้ 70-80% โดยไม่ต้องใช้คน หรือ Oracle ที่ตัดทีมงานกว่า 10,000 คน แล้วนำเงินที่ประหยัดได้ไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI แทน
ฝั่งที่บอกว่า AI เป็นแค่ข้ออ้าง: Babak Hodjat ประธาน AI ของ Cognizant ให้สัมภาษณ์ว่า "บางครั้ง AI กลายเป็นแพะรับบาปในเชิงการเงิน เช่น บริษัทจ้างคนมากเกินไป หรืออยากปรับขนาดองค์กร แล้วก็โทษ AI" ด้าน Sam Altman เองก็ยอมรับว่ามี "AI washing" เกิดขึ้นจริงในอุตสาหกรรม
Anthropic CEO Dario Amodei และ Ford CEO Jim Farley ต่างคาดการณ์ตรงกันว่า AI อาจลบตำแหน่งงาน entry-level white-collar ในสหรัฐฯ ไปถึงครึ่งหนึ่ง ขณะที่ Stanford study พบว่างาน coding และ customer service ระดับเริ่มต้นได้รับผลกระทบแล้ว
ตำแหน่งไหนเสี่ยงที่สุด?
จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ตำแหน่งที่ถูกกระทบหนักที่สุดในปีนี้ได้แก่ customer support และ service roles ที่ AI chatbot เข้ามาแทนได้ง่าย ตามมาด้วย content creation และ marketing รวมถึงงาน data entry และ QA testing บางประเภท
สำหรับ software developer นั้น แม้ตัวเลขยังไม่สูงที่สุด แต่ทิศทางชัดเจน AI coding tools อย่าง GitHub Copilot และ Cursor ทำให้ developer คนเดียวสามารถทำงานได้เทียบเท่าทีม ซึ่งหมายความว่าบริษัทต้องการ developer น้อยลง ไม่ใช่ไม่ต้องการเลย
มีบริษัทที่ทวนกระแสด้วย
ไม่ใช่ทุกบริษัทที่ตัดคน IBM เป็นตัวอย่างน่าสนใจที่สุด บริษัทนี้เพิ่มการจ้างงาน entry-level ถึงสามเท่าในปี 2026 โดยให้เหตุผลว่า AI ยังต้องการการตัดสินใจของคนอยู่ เช่นเดียวกับ Cognizant ที่ตั้ง AI lab ใหม่ในซานฟรานซิสโกและเบงกาลูรู พร้อม train พนักงานให้ทำงานร่วมกับ AI แทนที่จะถูกแทนที่
💡 มีข้อคิดที่หลายคนมองข้าม: การตัดงาน entry-level ทำลาย pipeline ของพนักงานระดับสูงในอนาคต คนที่จะเป็น senior engineer หรือ manager ในอีก 5-10 ปี ต้องเริ่มต้นจากตำแหน่ง junior ก่อน ถ้าตำแหน่งเหล่านั้นหายไป บริษัทจะหาคนมาทดแทนประสบการณ์ได้อย่างไร?
นักพัฒนาควรทำอะไรตอนนี้?
ถ้าตัวเลขเหล่านี้ทำให้คุณกังวล นั่นเป็นเรื่องปกติ แต่กังวลแล้วต้องลงมือทำ ไม่ใช่แค่นั่งดู สิ่งที่ควรโฟกัสคือทักษะที่ AI ยังทำแทนได้ยาก เช่น system design ในระดับ architecture, business domain knowledge ที่ลึกในอุตสาหกรรมเฉพาะ, การทำงานร่วมกับทีมและ stakeholder รวมถึงความสามารถในการประเมินและ review งานของ AI ให้ถูกต้อง
สำคัญที่สุด ให้มองตัวเองเป็น "คนที่ดีในการใช้ AI" ไม่ใช่ "คนที่กลัว AI" เพราะอย่างที่ Cisco CEO บอกไว้ว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่ AI แย่งงานคุณ แต่คือคนที่เก่งในการใช้ AI แย่งงานคุณ
มุมมองของผู้เขียน: 8 หมื่นตำแหน่งเทคหายในไตรมาสแรก คนไทยสาย IT ต้องอัปสกิล AI ไว้ survival
