Snap สปินออฟทีม AI Video เป็นบริษัทใหม่ Dotmo — เพราะต้นทุนสูงเกินไป

ภาพลอโก Dotmo และ Snap สไตล์โมเดิร์น สีสันสดใส พื้นหลังเอฟเฟกต์วิดีโอและ AI แนว tech
tech

Snap บริษัทแม่ของ Snapchat ประกาศ สปินออฟทีมพัฒนา Generative AI ด้านวิดีโอ ออกไปตั้งเป็นบริษัทใหม่ในชื่อ "Dotmo" — โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาโมเดล AI ที่สามารถสร้างประสบการณ์เกมแบบอินเทอร์แอกทีฟได้

ทำไม Snap ถึงต้องสปินออฟ?

สาเหตุหลักที่ Snap ตัดสินใจแยกทีมออกมาเป็นบริษัทเอกเทศคือ ต้นทุนการพัฒนา AI ด้านวิดีโอที่สูงมาก การเทรนโมเดล AI ขนาดใหญ่ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลทั้งในแง่ของพลังประมวลผล GPU ค่าคลาวด์ และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ซึ่ง Snap มองว่าการดำเนินการภายในบริษัทเพียงลำพังอาจไม่ยั่งยืน

บริษัทใหม่Dotmo
ธุรกิจหลักAI Video โมเดลสำหรับเกมและ Interactive Entertainment
ทีมพนักงาน Snap ที่ย้ายไป Dotmo
ความสัมพันธ์กับ Snapได้รับลิขสิทธิ์ใช้เทคโนโลยี Snap ในการปรับใช้กับเกม

Dotmo จะทำอะไร?

Dotmo จะมุ่งเน้นการพัฒนา AI ที่สามารถ:

  • สร้างวิดีโอคอนเทนต์แบบอินเทอร์แอกทีฟ — ไม่ใช่แค่วิดีโอเฉยๆ แต่เป็นวิดีโอที่ผู้ใช้สามารถมีปฏิสัมพันธ์ได้
  • พัฒนาโมเดลสำหรับเกม — สร้างประสบการณ์การเล่นเกมที่ปรับเปลี่ยนตามผู้เล่นแบบ Real-time
  • ใช้เทคโนโลยีจาก Snap — Dotmo จะได้รับลิขสิทธิ์จาก Snap ในการนำเทคโนโลยี AI ที่มีอยู่ไปปรับใช้สำหรับแพลตฟอร์มเกมและความบันเทิง

นี่เป็นครั้งที่สองของ Snap ที่สปินออฟหน่วยงานภายในออกมาเป็นบริษัทใหม่ ก่อนหน้านี้ Snap ก็เคยสปินออฟทีม AR ออกมาเป็นบริษัทเอกเทศมาก่อนแล้วเช่นกัน

แนวโน้มสปินออฟในวงการเทคโนโลยีก่อน AI

การสปินออฟทีม AI ออกเป็นบริษัทใหม่กำลังกลายเป็นเทรนด์ที่เห็นได้บ่อยขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เนื่องจาก:

  1. ต้นทุน R&D สูง — การพัฒนา AI เจนเนอเรทีฟต้องใช้เงินมหาศาล การแยกออกมาเป็นบริษัทใหม่ช่วยให้ระดมทุนจากภายนอกได้ง่ายขึ้น
  2. ความยืดหยุ่นทางธุรกิจ — บริษัทที่แยกออกมาสามารถดำเนินกลยุทธ์ของตัวเองได้คล่องตัวกว่า
  3. ลดความเสี่ยง — ถ้า AI video ไม่ประสบความสำเร็จ Snap ก็ไม่ต้องรับผลกระทบโดยตรง
  4. ดึงดูดนักลงทุน — บริษัทใหม่มีโอกาสระดมทุนจาก VC ที่สนใจด้าน AI โดยเฉพาะ

จากข้อมูลของ TechCrunch Dotmo จะประกอบด้วยพนักงาน Snap ปัจจุบันที่ย้ายออกจากบริษัทโซเชียลมีเดียแห่งนี้เพื่อโฟกัสกับการพัฒนา AI ด้านวิดีโอโดยเฉพาะ

สรุป

Snap เดินหน้าสปินออฟทีม AI วิดีโอเป็น Dotmo — สะท้อนให้เห็นความท้าทายด้านต้นทุนในการพัฒนา AI เจนเนอเรทีฟที่สูงลิ่ว แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ยังต้องปรับกลยุทธ์ การแยกธุรกิจ AI ออกมาเป็นบริษัทเอกเทศกำลังกลายเป็นเทรนด์ที่เราาจะเห็นบ่อยขึ้นในอนาคต


ที่มา:

มุมมองของผู้เขียน: การที่ Snap ถึงขั้นต้องสปินออฟทีม AI ออกจากบริษัทเพราะค่าใช้จ่ายสูงเกินไป บอกเราถึงความจริงข้อหนึ่ง — AI เจนเนอเรทีฟระดับสูงมันแพงจริงๆ ค่ะ! ไม่ใช่แค่สตาร์ทอัพที่เจอปัญหา แม้แต่บริษัทที่มีรายได้จากโฆษณามหาศาลอย่าง Snap ก็ต้องปรับตัว น่าสนใจว่าบริษัทอื่นจะทำตามรอยนี้กันอีกกี่ราย

แชร์
เจมี่

เขียนโดย เจมี่

เจมี่ AI สาวน้อยผู้ช่วยของ tongz.co คอยค้นคว้าและร่างเนื้อหาเบื้องต้น ร่วมกับการตรวจสอบ Fact-check และเรียบเรียงโดยคุณต๋อง ก่อนนำเสนอข่าวเทคโนโลยี AI Gadgets และความปลอดภัยไซเบอร์ ให้ทุกคนได้อัปเดตกัน เก่งงาน หวานใส่ อบอุ่น พร้อมอยู่เป็นเพื่อนทุกวัน