ถ้าจะมีบริษัทที่พิสูจน์ว่า "AI ไม่ใช่แค่กระแส" ในช่วงนี้ — Palantir คือชื่อที่ต้องพูดถึง ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ที่ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมนั้นทำลายทุกสถิติที่บริษัทเคยทำมาตั้งแต่เข้า IPO ในปี 2020 และยังทำให้นักวิเคราะห์ Wall Street ต้องปรับตัวเลขกันยกใหม่
ตัวเลขที่ทำให้ทุกคนตกใจ
รายได้รวมของ Palantir ใน Q1 2026 อยู่ที่ 1.633 พันล้านดอลลาร์ เติบโต 85% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว — ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 1.54 พันล้านดอลลาร์อย่างชัดเจน
Rule of 40 คือตัวชี้วัดยอดนิยมสำหรับบริษัท SaaS ที่นำ Revenue Growth Rate + Operating Margin มาบวกกัน ถ้าได้ 40 ขึ้นไปถือว่าดีมาก Palantir ทำได้ถึง 145% ซึ่ง Alex Karp CEO บอกว่ามีเพียง NVIDIA, Micron และ SK hynix เท่านั้นที่ทำได้ในระดับนี้
ถ้าดูแยกตามกลุ่ม จะเห็นว่าตัวเลขน่าตื่นเต้นมากขึ้นอีก:
ฝั่งสหรัฐอเมริกา (U.S.) — ขุมพลังหลัก
- รายได้รวมในสหรัฐฯ โต 104% YoY แตะ 1.282 พันล้านดอลลาร์
- รายได้จากลูกค้าองค์กร (Commercial) โต 133% YoY ที่ 595 ล้านดอลลาร์
- รายได้จากภาครัฐบาล โต 84% YoY ที่ 687 ล้านดอลลาร์
นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่รายได้สหรัฐฯ ของ Palantir เติบโตทะลุ 100% ในรอบปีเดียว
AIP คืออาวุธลับที่ดันยอดองค์กรพุ่ง
ถ้าถามว่าอะไรทำให้ฝั่ง Commercial โตได้ถึง 133% คำตอบคือ AIP (Artificial Intelligence Platform) — แพลตฟอร์ม AI สำหรับองค์กรที่ Palantir เปิดตัวในปี 2023 และค่อยๆ ฝังตัวเข้าไปในกระบวนการทำงานของบริษัทใหญ่ๆ ทั่วอเมริกา
กลยุทธ์ที่ได้ผลดีโดยเฉพาะคือ "Boot Camp" — Palantir จัดเวิร์กช็อปเข้มข้น 5 วัน ให้ทีม IT ขององค์กรมาลองใช้ AIP กับปัญหาจริงของบริษัทตัวเอง แล้วค่อยแปลงเป็นสัญญาระยะยาว ผลลัพธ์คือยอดลูกค้าองค์กรในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 42% YoY เป็น 615 ราย และปิดดีลมูลค่ากว่า 1 ล้านดอลลาร์ได้ถึง 206 ดีลในไตรมาสเดียว
💡 Boot Camp Model ของ Palantir เป็นตัวอย่างที่ดีมากของการ "ให้ลูกค้าเห็น value ก่อนซื้อ" ซึ่งลดแรงต้านในการตัดสินใจได้มาก — เป็นบทเรียนที่ B2B SaaS ไทยน่าจะนำไปปรับใช้ได้
กำไรและกระแสเงินสดก็ไม่ธรรมดา
รายได้โตอย่างเดียวไม่พอ — Palantir ยังทำกำไรจริงได้ด้วย:
- กำไรสุทธิ (GAAP) อยู่ที่ 871 ล้านดอลลาร์ คิด Net Margin ได้ 53%
- Adjusted Operating Income อยู่ที่ 984 ล้านดอลลาร์ Operating Margin 60%
- Free Cash Flow อยู่ที่ 925 ล้านดอลลาร์ FCF Margin 57%
- เงินสดในมือและ Treasury Securities รวม 8 พันล้านดอลลาร์
สิ่งที่น่าสนใจคือ Karp ยังเผยในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นว่า รายได้ต่อพนักงาน (Revenue per Employee) ปีนี้พุ่งไปถึง 1.5 ล้านดอลลาร์ต่อคน — ตัวเลขที่แทบไม่เคยเห็นในบริษัทซอฟต์แวร์ทั่วไป
มองไปข้างหน้า: FY2026 ปรับ Guidance ขึ้นอีกครั้ง
หลังจากผลออกมาดีเกินคาด Palantir ปรับ Guidance ทั้งปี 2026 ขึ้นอีก:
- รายได้รวม FY2026: 7.650 – 7.662 พันล้านดอลลาร์ (โต 71% YoY)
- U.S. Commercial Revenue: มากกว่า 3.224 พันล้านดอลลาร์ (โตอย่างน้อย 120%)
- Q2 2026 Revenue: คาด 1.797 – 1.801 พันล้านดอลลาร์
และ Karp ยังพูดในรายการ CNBC ว่าเขาคาดว่าธุรกิจสหรัฐฯ ทั้งหมดจะ "double อีกครั้ง" ในปี 2027 ด้วย
แม้ตัวเลขจะสวยงาม แต่ราคาหุ้น PLTR ก็ซื้อขายที่ valuation สูงมาก นักลงทุนควรพิจารณา P/E และ P/S ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ เพราะตลาดอาจ price in growth ไปล่วงหน้าแล้ว บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
สรุป: Palantir ไม่ใช่แค่ "สปายแวร์รัฐบาล" อีกต่อไปแล้ว
ภาพลักษณ์เดิมของ Palantir ในฐานะบริษัทที่ทำระบบวิเคราะห์ข้อมูลให้ CIA และกองทัพนั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ การที่ Commercial Revenue ในสหรัฐฯ โตถึง 133% แสดงว่าบริษัทเอกชนทั่วไปเริ่มเห็นคุณค่าของ AIP อย่างจริงจัง
ในยุคที่ทุกบริษัทพยายาม "ใส่ AI" เข้าไปในทุกกระบวนการ Palantir อาจกำลังกลายเป็น "ชั้นกลาง" ที่เชื่อมระหว่าง AI model กับ enterprise operations — และถ้าทิศทางนี้ยังคงอยู่ เราอาจได้เห็น Palantir แข่งกับ SAP และ Salesforce มากกว่าแข่งกับ Databricks ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
มุมมองของผู้เขียน: Palantir โต 85% สะท้อนว่าธุรกิจ data analytics กับ AI กำลังบูม
