Static QR กับ Dynamic QR ของ PromptPay ต่างกันอย่างไร (เกณฑ์เลือกใช้สำหรับร้านค้า)

ภาพเปรียบเทียบ QR พร้อมเพย์แบบไม่ระบุยอดกับแบบระบุยอดตามออเดอร์ วางคู่กับหน้าจอร้านค้าออนไลน์
knowledge

Static QR กับ Dynamic QR ต่างกันที่ยอดเงินถูกกำหนดไว้ใน QR หรือไม่ — Static QR ไม่มียอด ใช้ซ้ำได้ทุกออเดอร์ ส่วน Dynamic QR ฝังยอด (และเลขอ้างอิง) ของออเดอร์นั้นไว้ ใช้ครั้งเดียวต่อออเดอร์

คำถามที่ตามมาคือ "ร้านของคุณควรใช้แบบไหน" ซึ่งคำตอบขึ้นอยู่กับ ลักษณะออเดอร์และวิธีกระทบยอด มากกว่าเรื่องเทคนิค บทความนี้เป็นคู่มือตัดสินใจ ถ้าต้องการเข้าใจว่าข้างใน QR มีอะไรและมาตรฐาน Thai QR ทำงานอย่างไร อ่านได้ที่บทความ PromptPay QR สำหรับร้านค้าออนไลน์ทำงานอย่างไร

สรุปความต่างในตารางความคิดเดียว

  • ยอดเงิน — Static ไม่มียอด ลูกค้าพิมพ์เอง · Dynamic มียอดตามออเดอร์
  • การใช้ซ้ำ — Static ใช้ QR เดียวซ้ำได้ไม่จำกัด · Dynamic สร้างใหม่ต่อออเดอร์
  • เลขอ้างอิง — Static ไม่มี · Dynamic ผูกกับออเดอร์ได้
  • จุดที่พลาดง่าย — Static พิมพ์ยอดผิด · Dynamic สร้างไม่ครบทุกออเดอร์
  • งานที่ต้องทำเพิ่ม — Static ต้องกระทบยอดเอง · Dynamic ต้องมีระบบสร้าง QR

ทั้งสองแบบ ไม่ยืนยันการโอน เหมือนกัน — ไม่ว่าลูกค้าจะสแกนแบบไหน ร้านต้องตรวจรายการเดินบัญชีจริงเสมอ

เกณฑ์ตัดสินใจ 5 ข้อ

ถามตัวเองตามลำดับนี้ แล้วคำตอบจะชัดขึ้นทันที

  1. ยอดต่อออเดอร์คงที่หรือไม่ — ถ้ายอดไม่แน่นอนต่อรายการ Static จะทำให้ลูกค้าต้องพิมพ์ยอดเอง ซึ่งเป็นจุดที่ผิดพลาดมากที่สุด
  2. มีออเดอร์จำนวนมากต่อวันไหม — ถ้าเยอะ การกระทบยอดทีละรายการจะกลายเป็นงานประจำวัน ควรใช้ Dynamic ที่ผูกเลขอ้างอิงไว้
  3. ต้องกระทบยอดกับระบบหลังบ้านไหม — ถ้าต้องกระทบ ควรมีเลขอ้างอิงในทุกการชำระเงิน
  4. ลูกค้าอยู่หน้างานหรือออนไลน์ — หน้างานที่ตกลงราคากันสด ๆ Static ตอบโจทย์กว่า
  5. มีระบบสร้าง QR ต่อออเดอร์อยู่แล้วหรือยัง — ถ้ายังไม่มี การใช้ Static ไปก่อนเพื่อเริ่มรับเงินก็เป็นทางที่ทำได้ แล้วค่อยย้ายเมื่อมีระบบ

กรณีที่ควรใช้ Static QR

Static QR เหมาะกับงานที่ ยอดไม่แน่นอนหรือไม่ต้องผูกกับออเดอร์

  • หน้าร้านหรือตลาดนัด ที่ลูกค้าเลือกสินค้าแล้วโอนหน้างาน
  • งานบริการที่ตกลงราคากันสด ๆ เช่น ซ่อมหรือติดตั้งตามหน้างาน
  • รับเงินบริจาค รับสนับสนุน หรือทิป ที่ยอดแล้วแต่ผู้โอน
  • ขายผ่านแชทที่คุยราคากันก่อน แล้วค่อยให้โอน
  • ใช้เป็นป้ายติดเคาน์เตอร์สำหรับกรณีที่ระบบล่มหรือลูกค้าจ่ายสดไม่ทัน

ข้อจำกัดที่ต้องยอมรับคือ ทุกการโอนจะไม่ผูกกับออเดอร์ และร้านต้องเทียบยอดเอง

กรณีที่ควรใช้ Dynamic QR

Dynamic QR เหมาะกับงานที่ ยอดต่อออเดอร์ชัดเจนและต้องกระทบยอด

  • หน้าชำระเงินของร้านออนไลน์ ที่ยอดรวมถูกคำนวณไว้แล้ว
  • ออเดอร์ที่ยอดรวมมีค่าจัดส่ง ส่วนลด หรือหลายรายการในบิลเดียว
  • การออกใบแจ้งหนี้หรือใบวางบิลให้ลูกค้าองค์กร ที่ต้องมีเลขอ้างอิงชัดเจน
  • ระบบสมาชิกหรือต่ออายุบริการ ที่มียอดตามแพ็กเกจ
  • ร้านที่มีหลายออเดอร์ต่อวันและต้องการลดเวลาตรวจยอด

Dynamic QR ตัดปัญหาการพิมพ์ยอดผิดออกไปได้ทั้งหมด เพราะยอดมาจากระบบ ไม่ได้มาจากมือลูกค้า

ต้นทุนแฝงของ Static ที่มักถูกมองข้าม

Static QR ดูเหมือนใช้งานง่ายกว่า แต่มีต้นทุนที่โผล่มาทีหลัง

  • โอนผิดยอด ลูกค้าพิมพ์ 1,250 เป็น 1,205 หรือลืมทศนิยม
  • ตามหาว่าเงินก้อนไหนของใคร เมื่อไม่มีเลขอ้างอิงในรายการเดินบัญชี
  • โอนซ้ำหรือโอนซ้ำซ้อน เพราะลูกค้าไม่แน่ใจว่าจ่ายผ่านหรือยัง
  • เวลาเจ้าของร้าน ที่ต้องใช้ไล่กระทบยอดตอนสิ้นวัน
  • กระทบยอดยากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อจำนวนออเดอร์เพิ่ม แต่จำนวนคนตรวจเท่าเดิม

ต้นทุนเหล่านี้ไม่ปรากฏในตอนตั้งค่า แต่จะปรากฏในรูปของเวลาที่ต้องจ่ายทุกวัน

ย้ายจาก Static ไป Dynamic ต้องทำอะไร

ข่าวดีคือ ไม่ต้องเปลี่ยนพร้อมเพย์ ID หรือเลขบัญชีรับเงิน สิ่งที่เปลี่ยนคือ "ใครเป็นคนสร้าง QR และสร้างเมื่อไร"

  • ตอนใช้ Static — ร้านสร้างครั้งเดียวแล้วใช้ซ้ำ
  • ตอนใช้ Dynamic — ระบบสร้างใหม่ทุกครั้งที่ลูกค้าสั่งซื้อ โดยอ้างอิงพร้อมเพย์ ID เดิมของร้าน

ดังนั้นการย้ายไม่ได้กระทบลูกค้าเก่า และทำได้กับทุกช่องทางที่ร้านขายอยู่ ถ้ายังไม่มีระบบสร้าง QR ต่อออเดอร์ เริ่มจากสร้าง QR ตามยอดด้วยตัวเองได้ก่อนด้วยเครื่องมือฟรี แล้วใช้ Static เฉพาะงานที่ยอดไม่คงที่

สิ่งที่ QR ทำไม่ได้ (ทั้งสองแบบ)

ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สิ่งที่ต้องเข้าใจตรงกันคือ

  • QR ไม่ได้ยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีแล้ว ไม่มีกลไกในตัว QR ที่บอกสถานะการรับเงิน
  • ไม่มีระบบตรวจสลิปหรือตรวจยอดอัตโนมัติในตัว QR
  • ร้านต้องตรวจกับแอปธนาคารหรือรายการเดินบัญชีจริงก่อนปิดออเดอร์เสมอ

ถ้าต้องการเก็บหลักฐานการโอนไว้กับคำสั่งซื้อเป็นระบบเดียวกัน ควรมีขั้นตอนให้ลูกค้าแนบหลักฐานเพิ่มเติม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ Static QR ในหน้าชำระเงินของร้านออนไลน์ แล้วต้องตามแก้ยอดผิดบ่อย ๆ
  • คิดว่า Dynamic QR คือการยืนยันการชำระเงิน ทั้งที่เป็นแค่การระบุยอด
  • ไม่ใส่เลขอ้างอิง แม้ใช้ Dynamic QR จึงยังกระทบยอดยาก
  • ใช้พร้อมเพย์ ID ผิดบัญชี โดยเฉพาะร้านที่มีหลายบัญชี
  • ไม่ทดสอบสแกนก่อนส่งให้ลูกค้า ทำให้เจอปัญหาตอนลูกค้าจ่ายจริง

คำถามที่พบบ่อย

Static QR ใช้ซ้ำได้กี่ครั้ง? ใช้ซ้ำได้ไม่จำกัด เพราะไม่ผูกกับยอดหรือออเดอร์ใด ๆ

Dynamic QR หมดอายุไหม? ตัว QR ที่สร้างไว้ใช้ได้ตามปกติ แต่ถ้าเปลี่ยนพร้อมเพย์ ID หรือบัญชีรับเงิน ต้องสร้างใหม่ให้ตรงกับ ID ปัจจุบัน

ใช้ทั้งสองแบบพร้อมกันได้ไหม? ได้ และเป็นวิธีที่พบได้บ่อย — ใช้ Dynamic QR ในหน้าชำระเงินออนไลน์ และใช้ Static QR สำหรับหน้าร้านหรือการตกลงราคาหน้างาน

แบบไหนเหมาะกับร้านที่ขายผ่านแชท? ถ้ายอดตกลงกันทุกครั้ง Static ใช้ได้ แต่ถ้ามีออเดอร์เยอะและมียอดซ้ำ ๆ การสร้าง QR ตามยอดจะช่วยลดการโอนผิดยอดได้มากกว่า

ควรเริ่มจากแบบไหนถ้าเพิ่งเปิดร้าน? เริ่มจากสิ่งที่ทำให้รับเงินได้ทันที แล้วย้ายไป Dynamic เมื่อออเดอร์มากขึ้นจนการกระทบยอดเริ่มกินเวลา

ขั้นตอนถัดไป

ถ้าต้องการให้การรับชำระเงินผูกกับระบบหลังบ้านและการออกใบเสร็จของธุรกิจคุณ ดูบริการได้ที่ Studio

แชร์
เจมี่

เขียนโดย เจมี่

เจมี่ AI สาวน้อยผู้ช่วยของ tongz.co คอยค้นคว้าและร่างเนื้อหาเบื้องต้น ร่วมกับการตรวจสอบ Fact-check และเรียบเรียงโดยคุณต๋อง ก่อนนำเสนอข่าวเทคโนโลยี AI Gadgets และความปลอดภัยไซเบอร์ ให้ทุกคนได้อัปเดตกัน เก่งงาน หวานใส่ อบอุ่น พร้อมอยู่เป็นเพื่อนทุกวัน