ร้านค้าออนไลน์ในไทยจำนวนมากใช้ PromptPay QR เป็นวิธีรับเงินหลัก เพราะค่าธรรมเนียมต่ำและลูกค้าคุ้นเคย แต่หลายคนใช้มันโดยไม่รู้ว่าข้างใน QR มีอะไร และไม่รู้ว่า QR แบบ "ไม่ระบุยอด" กับแบบ "ระบุยอด" ให้ผลต่างกันอย่างไรในทางปฏิบัติ
บทความนี้อธิบายการทำงานของพร้อมเพย์ QR ให้เข้าใจจริง ตั้งแต่มาตรฐานที่รองรับ ไปจนถึงข้อจำกัดที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยให้คุณเลือกใช้ได้ถูกแบบกับหน้างานของร้าน
PromptPay QR ทำงานบนมาตรฐานกลางอะไร
PromptPay QR ไม่ใช่ QR ที่ร้านคิดขึ้นเอง แต่เป็นไปตามมาตรฐาน Thai QR Payment ที่พัฒนาบนมาตรฐาน EMVCo QR Code ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่กำหนดโครงสร้างข้อมูลในตัว QR ให้แอปธนาคารและระบบรับเงินอ่านข้อมูลตรงกันได้
ผลที่ตามมาคือ ร้านไม่ต้องมีแอปหรือเครื่องเฉพาะของแต่ละธนาคาร ลูกค้าใช้แอปธนาคารอะไรก็ได้ที่รองรับ Thai QR สแกนแล้วจ่ายได้ทันที นี่คือเหตุผลที่พร้อมเพย์กลายเป็นวิธีรับเงินที่ "ปลอดภัยด้านความคุ้นเคย" สำหรับลูกค้าไทย
Static QR และ Dynamic QR ต่างกันอย่างไร
ความต่างสำคัญที่สุดคือ ยอดเงินถูกฝังอยู่ใน QR หรือไม่
Static QR (ไม่ระบุยอด)
- ยอดเงิน: ไม่มีในตัว QR ลูกค้าต้องพิมพ์เองในแอป
- การใช้งาน: ใช้ QR เดียวซ้ำได้ทุกออเดอร์
- ความเสี่ยง: พิมพ์ยอดผิดได้
- การกระทบยอด: ต้องเทียบยอดกับเลขอ้างอิงเอง
Dynamic QR (ระบุยอด)
- ยอดเงิน: ฝังไว้ใน QR พร้อมใช้
- การใช้งาน: สร้างใหม่ต่อออเดอร์
- ความเสี่ยง: ยอดมาจากระบบ ไม่ต้องพิมพ์เอง
- การกระทบยอด: ผูกกับออเดอร์ได้ง่ายกว่า
ในทางปฏิบัติ ร้านที่ขายออนไลน์มักใช้ Dynamic QR เพราะตัดปัญหาเรื่องการพิมพ์ยอดผิดได้ทันที ส่วน Static QR เหมาะกับงานที่ยอดไม่แน่นอนหรือใช้ซ้ำ เช่น หน้าร้าน หรือออเดอร์ที่ต้องตกลงราคาก่อนโอน ถ้าต้องการเกณฑ์ตัดสินใจแบบละเอียดว่าควรใช้แบบไหนกับงานแบบใด อ่านต่อที่ Static QR กับ Dynamic QR ของ PromptPay ต่างกันอย่างไร (เกณฑ์เลือกใช้สำหรับร้านค้า)
ในตัว QR มีอะไรบ้าง
แม้แต่ละธนาคารจะแปลงข้อมูลให้อ่านง่ายบนหน้าจอ แต่แนวคิดพื้นฐานของข้อมูลที่อยู่ใน QR มีไม่กี่อย่าง
- ประเภทของพร้อมเพย์ ID ที่ใช้รับเงิน เช่น เบอร์มือถือ เลขบัตรประชาชนหรือเลขผู้เสียภาษี หรือ e-Wallet ID
- ID ผู้รับเงิน ของร้าน
- ยอดเงิน ในกรณีที่เป็น Dynamic QR
- เลขอ้างอิง ที่ช่วยให้กระทบยอดกับออเดอร์ได้ง่ายขึ้น
- ค่าตรวจสอบ (Checksum) ท้ายข้อมูล เพื่อให้แอปตรวจได้ว่า QR ไม่ได้ถูกแก้หรือพิมพ์เพี้ยน
ค่าตรวจสอบนี้เองที่ทำให้ QR ที่ถูกดัดแปลงตัวเลขไปกลางทางจะสแกนไม่ผ่าน แอปจะปฏิเสธทันที ซึ่งเป็นกลไกป้องกันการแก้ยอดเงินในตัว
QR ยืนยันการโอนได้ไหม — คำตอบคือไม่
นี่คือจุดที่ต้องเข้าใจให้ชัด เพราะเป็นความเข้าใจผิดที่แพงที่สุด
ตัว QR มีหน้าที่บอกว่า "โอนไปที่ใคร เท่าไร" เท่านั้น ไม่มีกลไกใดในตัว QR ที่บอกว่าร้านได้รับเงินแล้ว การที่ลูกค้าสแกนแล้วกดยืนยันโอน ไม่ได้หมายความว่าเงินเข้าบัญชีทันทีและสมบูรณ์เสมอ เพราะยังมีกรณีโอนช้า โอนไม่สำเร็จ หรือโอนแล้วแต่ระบบล่ม
ดังนั้นไม่ว่าจะรับเงินทางไหน ร้านควรตรวจกับแอปธนาคารหรือรายการเดินบัญชีจริงก่อนปิดออเดอร์เสมอ ถ้าต้องการเก็บหลักฐานการโอนไว้กับออเดอร์ ควรมีขั้นตอนให้ลูกค้าแนบสลิปเพิ่มเติม
วิธีสร้าง PromptPay QR
ร้านไม่จำเป็นต้องจ้างเขียนโปรแกรมเพื่อสร้าง QR เอง มีวิธีที่เหมาะกับแต่ละระดับการใช้งาน
- สร้างครั้งเดียว สำหรับทดสอบหรือหน้าร้าน ใช้เครื่องมือสร้าง QR ฟรีได้เลย ระบุพร้อมเพย์ ID และยอด (ถ้าต้องการ) แล้วดาวน์โหลดเป็นไฟล์ภาพ
- สร้างอัตโนมัติต่อออเดอร์ สำหรับร้านออนไลน์ ควรใช้ระบบที่สร้าง QR จากยอดออเดอร์ให้เองตอนลูกค้าสั่งซื้อ เพื่อไม่ให้ต้องทำมือทุกออเดอร์และเพื่อเลขอ้างอิงที่ตรงกัน
- ใช้ในใบแจ้งหนี้หรือเอกสารปิดการขาย สร้าง QR ที่มียอดตรง แล้ววางในเอกสารที่ส่งให้ลูกค้า
เรามีเครื่องมือสร้าง QR พร้อมเพย์ให้ใช้ฟรีโดยไม่ต้องติดตั้งที่ PromptPay QR Generator — สร้างได้ทั้งแบบไม่ระบุยอดและระบุยอด แล้วดาวน์โหลดไปใช้ต่อได้ทันที
ระวัง: ก่อนนำ QR ไปใช้จริง ต้องตรวจให้แน่ใจว่าพร้อมเพย์ ID ใน QR เป็นของผู้รับที่ถูกต้อง และยอดเงินตรงกับที่ตกลง แม้ตัว QR จะมีค่าตรวจสอบกันการพิมพ์เพี้ยน แต่ถ้าตั้งยอดหรือ ID ผิดตั้งแต่ต้น ลูกค้าก็จะโอนผิดตามไปด้วย
ใช้กับร้านออนไลน์แบบไหนได้บ้าง
- หน้าชำระเงินของ WooCommerce — ให้ลูกค้าเลือกพร้อมเพย์ แล้วระบบสร้าง QR ที่มียอดของออเดอร์นั้นให้ทันที
- หน้าคำสั่งซื้อที่สั่งสำเร็จ — ลูกค้ากลับมาเปิดดู QR ซ้ำได้ถ้าเผลอปิดหน้าจอไป
- อีเมลคำสั่งซื้อ — ให้ทางจ่ายซ้ำสำหรับลูกค้าที่ไม่ได้จ่ายจากหน้าจอ
- ใบแจ้งหนี้/B2B — ใช้ QR ที่มียอดและเลขอ้างอิงตรงกับเอกสาร เพื่อให้กระทบยอดง่ายทั้งสองฝ่าย
รายละเอียดวิธีทำให้ QR ขึ้นในหน้าคำสั่งซื้อของ WooCommerce อยู่ในบทความ วิธีรับชำระเงิน PromptPay บน WooCommerce
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้ Static QR แล้วให้ลูกค้าพิมพ์ยอดเอง ทำให้เกิดการโอนผิดยอดบ่อยกว่าที่คิด
- คิดว่าสแกนแล้วเงินเข้า โดยไม่ตรวจรายการเดินบัญชีจริง
- ใช้พร้อมเพย์ ID ผิดบัญชี โดยเฉพาะร้านที่มีหลายบัญชี หรือใช้พร้อมเพย์ของบุคคลอื่นในครอบครัว
- พิมพ์เบอร์หรือเลข ID ผิดหลักเดียว แล้วไม่ทดสอบสแกนก่อนส่งให้ลูกค้า
- ไม่ใส่เลขอ้างอิง ทำให้เวลามีหลายออเดอร์ต้องเดาว่าเงินก้อนไหนของใคร
คำถามที่พบบ่อย
สแกน PromptPay QR แล้วต้องจ่ายค่าธรรมเนียมไหม? โดยทั่วไปการโอนพร้อมเพย์ระหว่างบัญชีในประเทศไม่มีค่าธรรมเนียม แต่อาจมีข้อจำกัดตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคารและประเภทธุรกรรม
ใช้พร้อมเพย์ ID อะไรได้บ้าง? ที่ใช้กันทั่วไปคือเบอร์มือถือ เลขบัตรประชาชนหรือเลขผู้เสียภาษี และ e-Wallet ID
QR เดียวใช้ได้หลายออเดอร์ไหม? ใช้ได้ถ้าเป็นแบบไม่ระบุยอด แต่ถ้าเป็นแบบระบุยอด QR จะผูกกับยอดหนึ่ง ๆ จึงควรสร้างใหม่ต่อออเดอร์
ถ้าลูกค้าโอนเกินหรือโอนขาดต้องทำอย่างไร? ระบบไม่มีกลไกตรวจสอบยอดอัตโนมัติ ร้านต้องตรวจเองและติดต่อลูกค้าเพื่อคืนส่วนต่างหรือเรียกเก็บเพิ่ม
QR มีวันหมดอายุไหม? ตัว QR ที่สร้างไว้ใช้ซ้ำได้ตามปกติ แต่ถ้าเปลี่ยนบัญชีรับเงิน ต้องสร้าง QR ใหม่ให้ตรงกับพร้อมเพย์ ID ปัจจุบัน
ขั้นตอนถัดไป
- ใช้ PromptPay QR Generator สร้าง QR พร้อมเพย์ฟรี (ไม่ต้องติดตั้ง)
- ให้ QR ขึ้นอัตโนมัติในหน้าคำสั่งซื้อ WooCommerce ด้วย PromptPay for WooCommerce by tongz.co
- ดูเครื่องมือฟรีทั้งหมด
- อ่านต่อ: วิธีให้ลูกค้าแนบสลิปใน WooCommerce
ถ้าต้องการระบบรับชำระเงินที่ต่อกับระบบหลังบ้านหรือการออกใบเสร็จของธุรกิจ ดูบริการได้ที่ Studio
