ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% คิดอย่างไร (พร้อมตัวอย่างและวิธีออกหนังสือรับรอง)

ภาพใบเสร็จและเครื่องคิดเลขแสดงการหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากยอด 10,000 บาท เหลือจ่ายจริง 9,700 บาท
knowledge

เวลาตกลงราคางานกับลูกค้าองค์กร ตัวเลขที่ตกลงกันมักไม่ใช่ตัวเลขที่โอนเข้าบัญชีจริง เพราะมีภาษีหัก ณ ที่จ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของคำถามว่า "ทำไมโอนมาไม่ครบ" ที่ทั้งสองฝ่ายต้องเข้าใจตรงกันตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน

บทความนี้อธิบายวิธีคิดภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่อัตรา 3% ซึ่งใช้กับการจ่ายค่าจ้างทำของและค่าบริการเป็นหลัก พร้อมตัวอย่างคิดไปและคิดย้อนกลับ และขั้นตอนเอกสารที่ต้องทำ

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือกฎหมาย อัตราและเงื่อนไขการหักภาษี ณ ที่จ่ายขึ้นอยู่กับประเภทของเงินได้ สถานะของผู้จ่ายและผู้รับเงิน และข้อกำหนดที่ใช้ ณ เวลานั้น การนำไปใช้จริงควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีของธุรกิจคุณ

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) คือภาษีที่ ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักไว้จากยอดที่จ่ายให้ผู้รับเงิน แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทน หลักคิดคือเก็บภาษีตอนที่เงินออกจากมือ ไม่ต้องรอให้ผู้รับเงินไปยื่นแบบเองทั้งหมด

ผลที่เกิดขึ้นจริงในทางธุรกิจคือ

  • ผู้รับเงิน ได้รับเงินน้อยกว่าราคาที่ตกลง เพราะถูกหักไปก่อน
  • ผู้รับเงิน ได้หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เพื่อใช้เป็นหลักฐาน
  • ผู้จ่ายเงิน มีหน้าที่นำเงินที่หักไว้นั้นส่งกรมสรรพากรภายในกำหนดเวลา

จุดที่ต้องเข้าใจให้ชัดคือ ผู้รับเงินไม่ได้ "เสีย" เงินส่วนนี้ทิ้ง แต่ถูกนำส่งเป็นภาษีล่วงหน้าไปแล้ว และสามารถนำไปเป็นเครดิตตอนยื่นแบบได้

อัตราไม่ได้มีแค่ 3% — ขึ้นอยู่กับประเภทของงาน

อัตรา 3% เป็นอัตราที่ใช้บ่อยที่สุดสำหรับค่าจ้างทำของและค่าบริการ แต่ไม่ได้แปลว่าทุกธุรกรรมต้องใช้ 3% ต้องดูประเภทของเงินได้ก่อน

  • ค่าจ้างทำของ / ค่าบริการ — 3%
  • ค่าเช่าทรัพย์สิน (บางกรณี) — 5%
  • ค่าโฆษณา — 2%
  • ค่าขนส่ง — 1%

รายการนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพว่า อัตราที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับลักษณะของงานและสถานะของคู่สัญญา ไม่ใช่อัตราเดียวใช้ได้ทุกกรณี และยังมีกรณีที่ไม่ต้องหักเลย เช่น การซื้อสินค้าโดยทั่วไป ก่อนหักจริงจึงควรยืนยันกับผู้ทำบัญชีหรือกรมสรรพากรก่อนเริ่มออกใบวางบิล

สูตรคำนวณและตัวอย่าง 10,000 บาท

สูตรพื้นฐานมีแค่สองบรรทัด

  • ภาษีที่ต้องหัก = ยอดก่อนหัก คูณ อัตราภาษี
  • ยอดที่ผู้รับเงินได้รับจริง (สุทธิ) = ยอดก่อนหัก ลบ ภาษีที่หัก

ตัวอย่างงานค่าบริการ 10,000 บาท หัก 3%

  • ยอดก่อนหัก = 10,000.00 บาท
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% = 300.00 บาท
  • ยอดที่โอนจริง (สุทธิ) = 9,700.00 บาท

และจากหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย จำนวน 300 บาทนี้ ผู้รับเงินนำไปใช้เป็นเครดิตภาษีได้ตอนยื่นแบบ

คิดย้อนกลับจากยอดสุทธิ

บางครั้งทั้งสองฝ่ายตกลงกันที่ "ยอดที่จะโอนจริง" แล้วต้องย้อนกลับไปหาว่ายอดก่อนหักคือเท่าไร สูตรคือ

  • ยอดก่อนหัก = ยอดสุทธิ หาร (1 ลบ อัตราภาษี)

ตรวจสอบกับตัวอย่างเดิมด้วยการย้อนกลับ ถ้าโอนจริง 9,700 บาท และอัตราคือ 3%

  • ยอดก่อนหัก = 9,700 หาร 0.97 = 10,000.00 บาท
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย = 10,000 คูณ 3% = 300.00 บาท

ทั้งไปและกลับต้องได้ตัวเลขตรงกัน ถ้าไม่ตรง มักเกิดจากการใช้ 3% ผิดฝั่ง คือเอา 3% ไปคูณกับยอดสุทธิโดยตรง ซึ่งจะได้ตัวเลขที่สูงเกินจริง

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายและกำหนดนำส่ง

เมื่อหักภาษีแล้ว ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ออก หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ผู้รับเงิน เพื่อยืนยันว่าหักไปเท่าไรและนำส่งแล้ว โดยทั่วไปผู้จ่ายเงินต้องนำเงินที่หักไว้ไปยื่นและนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงิน

สิ่งที่ควรทำทั้งสองฝ่าย

  • ผู้จ่ายเงิน ออกหนังสือรับรองให้ครบและตรงกับยอดที่หักจริง และเก็บบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
  • ผู้รับเงิน เก็บหนังสือรับรองไว้ให้ครบทุกฉบับ เพื่อใช้เป็นเครดิตภาษีตอนยื่นแบบ และใช้กระทบยอดเมื่อยอดโอนไม่ตรงกับใบวางบิล
  • ทั้งสองฝ่าย กระทบยอดกันทุกเดือน ดีกว่ารอปลายปีแล้วต้องตามเอกสารย้อนหลัง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ 3% กับทุกงาน โดยไม่ตรวจประเภทของเงินได้ก่อน ทำให้หักผิดอัตรา
  • เอา 3% คูณยอดสุทธิ แทนที่จะคูณยอดก่อนหัก แล้วยอดที่โอนไม่ตรงกับที่ตกลง
  • ไม่แยกยอด VAT ออกจากยอดก่อนหัก ทำให้คิดภาษีจากยอดที่บวก VAT แล้ว อ่านคำตอบเรื่องฐานภาษีนี้ได้ที่ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คิดก่อนหรือหลัง VAT?
  • ออกหนังสือรับรองไม่ตรงกับยอดที่หักจริง ทำให้ปลายปีกระทบยอดไม่ได้
  • ลืมนำส่งตามกำหนดเวลา ซึ่งมีค่าปรับและดอกเบี้ยตามกฎหมาย
  • ตกลงราคาโดยไม่พูดเรื่องหัก ณ ที่จ่ายตั้งแต่ต้น แล้วมาทะเลาะกันตอนใกล้โอนเงิน

ใช้เครื่องมือช่วยคำนวณ

การคิดย้อนกลับจากยอดสุทธิเป็นจุดที่ผิดง่ายที่สุด การมีเครื่องมือช่วยลดงานตรวจซ้ำได้มาก

เรามี Withholding Tax Calculator ให้ใช้ฟรี — เลือกอัตรา 1%, 2%, 3%, 5% หรือกำหนดเองได้ คำนวณจากยอดก่อนหักหรือย้อนกลับจากยอดรับสุทธิก็ได้ ไม่ต้องสมัครและไม่เก็บข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

ยอดที่โอนจริงต้องหัก 3% จากยอดไหน? หักจากยอดก่อนหัก (ราคาที่ตกลงกันก่อนหักภาษี) ไม่ใช่จากยอดที่รวม VAT

ผู้รับเงินได้เงินคืนไหม? ไม่ได้เป็นเงินคืนทันที แต่ยอดที่ถูกหักจะกลายเป็นเครดิตภาษีที่ใช้ตอนยื่นแบบ โดยอ้างอิงจากหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

หัก ณ ที่จ่ายนำส่งเมื่อไร? โดยทั่วไปภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงิน โดยใช้แบบฟอร์มตามประเภทของผู้รับเงิน

ถ้าไม่แน่ใจว่าต้องหักอัตราไหน? อย่าเดา ให้ตรวจสอบประเภทของเงินได้และสถานะคู่สัญญากับผู้ทำบัญชีหรือกรมสรรพากรก่อนออกเอกสาร

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเกี่ยวกับ VAT ไหม? เป็นสองเรื่องแยกกัน VAT เป็นภาษีที่บวกเพิ่มในราคาสินค้า/บริการ ส่วนภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาษีที่หักออกจากยอดที่จ่าย ดูวิธีคิด VAT ได้ที่บทความ VAT 7% คำนวณอย่างไร

ขั้นตอนถัดไป

ถ้าต้องการให้ระบบออกใบวางบิล ใบเสร็จ และคำนวณภาษีไหลเข้ากับขั้นตอนบัญชีของธุรกิจ ดูบริการได้ที่ Studio

แชร์
เจมี่

เขียนโดย เจมี่

เจมี่ AI สาวน้อยผู้ช่วยของ tongz.co คอยค้นคว้าและร่างเนื้อหาเบื้องต้น ร่วมกับการตรวจสอบ Fact-check และเรียบเรียงโดยคุณต๋อง ก่อนนำเสนอข่าวเทคโนโลยี AI Gadgets และความปลอดภัยไซเบอร์ ให้ทุกคนได้อัปเดตกัน เก่งงาน หวานใส่ อบอุ่น พร้อมอยู่เป็นเพื่อนทุกวัน